9/6/58

Week 2 : เรื่องราวที่นักเรียนสนใจ [BIGBANG-VIP]

เรื่องราวที่นักเรียนสนใจ
ติ่งเกาหลี เชื่อว่าหลายๆคน คงเคยได้ยินกับคำศัพท์นี้ หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า คำว่าติ่งนั้นมีความหมายอย่างไร วันนี้จึงอยากจะนำเสนอเรื่องราวชีวิต ของติ่งเกาหลี ค่ะ
คำว่าติ่งนั้น หมายถึง บุคคลที่มีอาการคลั่งไคล้สิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างเป็นพิเศษ นั่นหมายความว่า ติ่งเกาหลีหมายถึง คนที่มีอาการคลั่งไคล้ในวัฒนธรรมเกาหลี ซึ่งส่วนมากนั้น น่าจะหมายถึง นักร้องและศิลปินเกาหลี หรือ ที่พวกติ่งเรียกกันว่า “โอปป้า”
โอปป้า (OPPA) ในภาษาเกาหลีนั้นมีความหมายว่า “พี่ชาย” ซึ่งเป็นคำเรียกที่บรรดาเหล่าแฟนคลับใช้เรียกแทนศิลปินที่พวกเขานั้นชื่นชอบ เช่น นิชคุณโอปป้า จียงโอปป้า เป็นต้น ส่วนแฟนบอยของเกิร์ลกรุ๊ปวงต่างๆ ก็จะเรียกแทนศิลปินของตนเองว่า “นูน่า” (NUNA)



วันนี้ฉันจึงอยากจะถ่ายทอดประสบการณ์ของตัวเองให้หลายๆคนได้อ่าน ได้ฐานะที่เป็น “ติ่ง” คนหนึ่ง
จริงๆแล้วฉันเริ่มติ่งมาตั้งแต่ อายุ 12 ถ้าเทียบกันก็น่าจะอยู่ในช่วง ป.5 กำลังขึ้นป.6 ตอนนั้นเป็นช่วงที่วงการเพลงเกาหลีเพิ่งเข้ามาไทยในยุคแรกๆ จำได้ว่า เพลงแรกที่มาดังมากๆในไทยคือเพลง Nobody ของวง wondergirls หลังจากนั้นมาเริ่มมีศิลปินอีกหลายวงที่เข้ามาตีตลาดในไทย ซึ่งก็ถือว่าประสบความสำเร็จมาก เพราะวัยรุ่นไทย ให้ความสนใจใน ศิลปินเกาหลีเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแต่เพลงเกาหลีเท่านั้น ที่กำลังฮอตฮิต แต่ซีรี่ย์เกาหลีก็กำลังเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยเช่นกัน เช่นเรื่อง Cain and Able เรียกได้ว่า ใครไม่ดูซีรี่ย์เรื่องนี้ ถือว่า เอ้าท์! 
                ครั้งแรกที่ฉันเริ่มรู้สึกอยากจะติ่งคือ ตอนที่เดินไปที่แผนหนังสือใน 7-11 แล้วเห็นศิลปินกลุ่มหนึ่งที่ทำตัวประหลาดๆ ทรงผมแปลกๆ แต่งตัวแปลกๆ กำลังแข่งกันฉีกยิ้มบนปกหนังสือ ฉันได้แต่คิดในใจว่า “ทำไมพวกเค้าบ้าจังวะ “ แต่หลังจากนั้นไม่นาน ได้มีโอกาสฟังเพลง “A boy” จนรู้สึกติดหู และเริ่มชอบในตัวศิลปิน จึงได้ไปศึกษาต่อทำให้ทราบว่า ศิลปินที่ร้องเพลงนี้นั้น คือหัวหน้าวง BIGBANG และหลังจากนั้นไม่นาน ฉันก็เริ่มหลงรักในศิลปิน BIGBANG ทั้ง 5 คน ไม่ว่าจะเป็น KWONJIYONG , DONGYOUNGBAE , CHOISEUNGHYUN , KUNGDAESUNG และ LEESEUNGHYUN พวกเขาทั้ง 5 คนมีความสามารถที่แปลก และ แตกต่างจากวงอื่น สไตล์เพลงของพวกเขาก็ไม่เหมือนกับวงอื่นๆ เขาเคยประกาศตัวว่า พวกเขาไม่ใช่บอยแบนด์ แต่พวกเขาคือ ฮืปฮอปแบรนด์ ซึ่งนี่เอง ที่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันเลือกที่จะรัก และสนับสนุน BIGBANG ต่อไปนานๆ ฉันมีของสะสมเกี่ยวกับ BIGBANG มากมาย เรียกได้ว่า ซึ่งตู้มาเก็บ 1 ตู้คงยังไม่พอ และถึงแม้จะมีหลายเหตุการณ์มากมายที่เข้ามา ทั้งเรื่องข่าวฉาวของสมาชิกพี่ใหญ่ในวง หรือข่าวรถชนของสมาชิกรุ่นน้อง แต่พวกเขาทุกคนก็ยังประคับประคองวง และมีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่องให้บรรดาเหล่าแฟนคลับได้ชื่นชม ซึ่งฉันเชื่อว่าเหล่าแฟนคลับทุกคนทั่วโลกจะคอยให้ความสนับสนุนพวกเขาตลอดกาลและตลอดไป

ครั้งหนึ่งบิ๊กแบง เคยมาไทยตอนประมาณปี 2009 โดยมาเป็นพรีเซ็นต์เตอร์ให้กับน้ำหอมยี่ห้อหนึ่ง และได้จัดมินิคอนเสริ์ต โดยการซื้อน้ำหอมมูลค่า 1200 ขึ้นไป จึงจะมีสิทธิ์แลกซื้อบัตรที่นั่งในคอนเสิร์ต ด้วยความที่ฉันติ่งมาก จึงได้บ้าบิ่นซื้อน้ำหอม มูลค่า 1200 รวมๆแล้วก็ 5 ขวดได้ ขวดที่มีพวกเขาเป็นลายสกรีนพร้อมลายเซ็น ถือเป็นลายลิมิเต็ด ซึ่งทุกวันนี้ฉันยังเก็บขวดน้ำหอมทั้ง 5 กลิ่นนั้นไว้อยู่เลย และครั้งต่อมา ที่บิ๊กแบงมาไทย หลังจากไม่ได้คัมแบ๊คมา 3 ปี คือ คอนเสิร์ตเทพ ที่จัดหน้าลานเซ็นทรัลเวิล ในปี 2012 ซึ่งแน่นอนว่างานนั้น ฉันก็ไม่พลาดเช่นกัน ตอนนั้นบิ๊กแบงมาไทยเนื่องจากเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับรถมอไซค์ยี่ห้อหนึ่ง และในปลายปีนั่นเอง ก็ได้มีคอนเสิร์ตยักใหญ่เต็มรูปแบบครั้งแรกของบิ๊กแบงในไทย ซึ่งมีชื่อคอนเสิร์ตว่า BIGBANG ALIVE GALAXY TOUR 2012 ซึ่งแน่นอนว่า ฉันก็ไม่พลาดอีกเช่นเคย บัตรแพงสุดของงานในวันนั้นราคา 6500 ซึ่งฉันซื้อไม่ทันจึงได้บัตรในราคา 4500 บาทเท่านั้น งานนั้นบอกเลยว่าฟินมาก เพราะแทยังโอปป้าถอดเสื้ออีกแล้วค่ะ ก่อนจะกลับ บิ๊กแบงมีร้องเพลงส่งท้ายด้วยเพลง haru haru เวอร์ชั่น อคูสติก ซึ่งบอกเลยว่า เพลงนี้เล่นเอา บรรดาเหล่า VIP (ชื่อเรียกของกลุ่มแฟนคลับบิ๊กแบง )ใน Impact น้ำตาแตกกันไปเป็นแถวๆ และล่าสุดมานี้ บิ๊กแบงได้คัมแบ็คกลับมาอย่างอลังการด้วยการออก 2 ซิงเกิ้ลแรก ชื่อเพลง Loser และ Bae Bae ซึ่งทั้งสองเพลงมีแนวเพลงที่แตกต่างกันมาก เรียกได้ว่า กินใจเหล่า VIP ไปเต็มๆ และกำลังตามมาด้วยอีก 2 ซิงเกิ้ลล่าสุด คือเพลง We like 2 party และ bang bang bang ซึ่งในปัจจุบันสองเพลงนี้ยังไม่มีตัว mv ออกมาให้ได้รับชม บิ๊กแบงยังตอบแทน VIP ไทยและ VIP ทั่วโลกด้วยการทำ World tour อีกครั้ง ซึ่งได้มีการจองบัตรไปแล้ว ในวันที่ 24 มิถุนายน และจัดแสดงคอนเสิร์ตในวันที่ 11-12 กรกฎาคม และแน่นอนว่า VIP อย่างฉันก็ไม่มีทางพลาดได้ ฉันได้บัตรคอนเสิร์ตในราคา 4500 มา 2 ใบ และจะไปดูคอนเสิร์ตในวันที่ 11 กรกฎาคม และแน่นอนว่า คอนเสิร์ตครั้งนี้บิ๊กแบง จะไม่ทำให้ VIP ไทยและ VIP ทั่วโลกผิดหวังแน่นอน              



นอกจากฉันจะรักบิ๊กแบงแล้ว ยังมีศิลปินเกาหลีอีกหลายวงที่ฉันชื่นชอบ ได้แก่ SUPER JUNIOR ,  4MINUTE , 2NE1 และอื่นๆ ฉันมีโอกาสได้ตามไปเล่นดูคอนเสิร์ตและตามรับส่งศิลปินที่สนามบินหลายๆครั้ง และทุกครั้งที่ฉันไป แน่นอนว่าฉันต้องความประทับใจกลับมา เช่น ตามส่งลีทึก กับ ดงแฮ ที่สนามบิน , ตามไปดูมินิคอนเสิร์ต CN BLUE , ไปคอนเสิร์ต SUPERSHOW ถึง 2 ปี , ไปดูคอนเสิร์ตงาน M-net countdown , และงาน SIWON ACER
                ฉันในฐานะติ่งเกาหลีคนนึง (แม้ตอนนี้จะติ่งน้อยลงบ้างแล้ว) อยากจะชี้แจง ให้สำหรับพวกที่แอนตี้ ติ่งเกาหลีให้เข้าใจว่า ติ่งเกาหลี ไม่ใช่ไม่รักชาติ เพียงแต่แค่ชื่นชอบในความเป็นเกาหลี ฉันยังยืนตรงเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย มีไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่ฉันจะฟังเพลงเกาหลี และ ร้องเพลงเกาหลี ฉันไม่เคยเอาเรื่องศิลปินเกาหลีมาทำให้เรื่องการเรียนเสีย ปัจจุบัน ฉันเรียนสายวิทย์-คณิต และสอบได้ อันดับ ไม่เคยเกิน 40 ของสายชั้นเรียน ฉันไม่เคยทำให้พ่อแม่เดือดร้อน หากจำเป็นต้องไปดูคอนเสิร์ตจริงๆ เพราะฉันจะใช้เงินเก็บตัวเอง โดยไม่ยืมเงินพ่อแม่สักบาท แน่นอนว่า โลกนี้ ประเทศนี้ มีทั้งติ่งที่ดี และ ติ่งที่ไม่ดี อยากให้ผู้ใหญ่ และคนทุกคน โปรดใช้วิจารณญาณ ก่อนจะตัดสินแบบเหมารวมว่า ติ่งนั้นไม่ดี พวกติ่งเพียงแค่ใช้เวลาที่พวกเขามี ไปกับการฟังเพลง ดูซีรี่ย์ และชื่นชมศิลปินที่เขาชื่นชอบ เขาไม่ได้ทำให้ประเทศไทยของเราเสียหาย หรือรบแพ้ชาติใดในโลกสักหน่อย อยากให้ทุกคนเปิดใจ รับสิ่งใหม่ๆ วัฒนธรรมใหม่ สังคมใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ แล้วฉันเชื่อว่า พวกคุณทุกคนจะมอง “ติ่งเกาหลี” เปลี่ยนไปอย่างแน่นอน

ติดตามผลงานของ BIGBANG ได้ที่ : BIGBANG 
ขอแปะเพลงเพราะๆค่ะ


Week 1 : เทคโนโลยีกับชีวิตประจำวันของนักเรียน

การนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยปฏิบัติงานในด้านต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิผล มีมากมายหลายด้าน ได้แก่
1. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานสำนักงาน ปัจจุบันสำนักงานได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลาย เพื่อให้งานในสำนักงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น กล่าวคือ ทำให้งานมีความสะดวกรวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศที่นำมาใช้ในงานสำนักงาน ได้แก่ เครื่องพิมพ์ดีด อิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์ เครื่องถ่ายเอกสาร ผลิตภัณฑ์เหล่านี้นำไปประยุกต์ใช้กับงานสำนักงานได้หลายลักษณะ เช่น
        1.1 งานจัดเตรียมเอกสาร เป็นการใช้เครื่องประมวลผลคำหรือเครื่องประมวลผลเนื้อหา เป็นเครื่องมือในการจัดเตรียม อุปกรณ์ประกอบการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ โมเด็ม และช่องทางการสื่อสาร ระบบประมวลผลคำ แบ่งออกได้ 2 ระบบ คือ
            1.1.1 ระบบเดี่ยว (Stand – alone) เป็นระบบที่สามารถประมวลผลได้ภายในคอมพิวเตอร์ชุดเดียว หรือจะเชื่อมโยงไปยังคอมพิวเตอร์อื่น ๆ
            1.1.2 ระบบเชื่อมโยงกับข่ายการสื่อสาร เป็นระบบที่มีการเชื่อมโยงสารสนเทศซึ่งกันและกันผ่านเครือข่ายโทรคมนาคม เช่น เครือข่ายโทรศัพท์ เครือข่ายคอมพิวเตอร์

        1.2 งานกระจายเอกสาร เป็นการกระจายข้อมูลสารสนเทศไปยังผู้ใช้ ณ จุดต่าง ๆ อาจกระทำโดยการเชื่อมโยงผ่านเครือข่ายโทรคมนาคม อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศที่สามารถปฏิบัติงานกระจายเอกสารได้โดยอัตโนมัติ ได้แก่ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

        1.3 งานจัดเก็บและค้นคืนเอกสาร สามารถทำได้ทั้งระบบออฟไลน์และระบบออนไลน์ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือผ่านเครือข่ายโทคมนาคมรูปแบบอื่น เช่นระบบฐานข้อมูลเป็นต้น

 
     
        1.4 งานจัดเตรียมสารสนเทศในลักษณะภาพ เทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ดำเนินงานดังกล่าว ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องสแกนเนอร์ โทรทัศน์
        1.5 งานสื่อสารสนเทศด้วยเสียง เช่น โทรศัพท์ การประชุมทางโทรศัพท์
        1.6 งานสื่อสารสนเทศด้วยภาพและเสียง เช่น ระบบมัลติมีเดีย ระบบการประชุมทางไกลด้วยภาพและเสียง เป็นต้น

2. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานอุตสาหกรรม โรงงานอุตสาหกรรมนำเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการเข้ามาช่วยในการจัดการระบบงานการผลิต การสั่งซื้อ การพัสดุการเงิน บุคลากร และงานด้านอื่น ๆ ในโรงงาน


3. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานการเงินและการพาณิชย์ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในรูปแบบของเครื่องเบิกถอนเงินอัตโนมัติ เพื่ออำนวยความสะดวกในการฝาก ถอน โอนเงิน และนำคอมพิวเตอร์ระบบออนไลน์และออฟไลน์เข้ามาช่วยในการทำงานประจำวันของธนาคารด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลของธนาคารต่างสาขา ต่างธนาคาร ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถเบิก ถอน โอนเงินชำระเงินค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้โดยสะดวก

4. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานด้านการสื่อสาร ได้แก่ การบริการโทรศัพท์วิทยุ โทรทัศน์ เคเบิลทีวี การค้นคืนสารสนเทศระบบออนไลน์ ดาวเทียม และโครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิตอล

5. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานด้านสาธารณสุข เช่น
        5.1 ระบบสารสนเทศโรงพยาบาล ถูกนำมาใช้ในระบบงานเวชระเบียน ระบบข้อมูลยาการรักษาพยาบาล การคิดเงิน รวมทั้งการส่งเวชระเบียนผ่านระบบโทรคมนาคมที่อาจเรียกว่า โทรเวชได้
        5.2 ระบบสาธารณสุข เทคโนโลยีสารสนเทศถูกนำมาใช้ในการดูแลรักษาโรคระบาดในท้องถิ่น เช่น เมื่อมีผู้ป่วยโรคอหิวาตกโรคในหมู่บ้าน ซึ่งอาจกลายเป็นโรคระบาดได้
        5.3 ระบบผู้เชี่ยวชาญ เป็นระบบที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการวินิจฉัยโรค เช่น ระบบ Mycinของมหาวิทยาลัยสแดนฟอร์ด โดยเริ่มมาใช้ในการวินิจฉัยโรคพืชและโรคสัตว์ ที่ใช้หลักการเก็บข้อมูลต่าง ๆ ไว้โดยละเอียดแล้วใช้หลักปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยวิเคราะห์ เป็นแนวคิดในการทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้เหมือนมนุษย์




6. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับงานด้านการฝึกอบรมการศึกษา ดังนี้
        6.1 การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction : CAI) เป็นการนำเอาคำอธิบายบทเรียนมาบรรจุไว้ในคอมพิวเตอร์ แล้วนำบทเรียนนั้นมาแสดงแก่ผู้เรียน เมื่อผู้เรียนอ่านคำอธิบายเหล่านั้น คอมพิวเตอร์จะมีส่วนที่ใช้ทดสอบความเข้าใจของผู้เรียนด้วยว่าถูกต้องหรือไม่ หากเข้าใจไม่ถูกต้องคอมพิวเตอร์จะทำการอธิบายเนื้อหาเพิ่มเติมให้เข้าใจมากขึ้น แล้วถามซ้ำอีก
        6.2 การศึกษาทางไกล เทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ในการจัดการศึกษาทางไกลมีหลายแบบตั้งแต่แบบง่าย ๆ เช่น การเรียนการสอนผ่านสื่อวิทยุ โทรทัศน์ ออกอากาศให้ผู้เรียนศึกษาเอง ตามเวลาที่ออกอากาศ ไปจนถึงใช้ระบบแพร่ภาพการสอนผ่านดาวเทียม หรือการประยุกต์ใช้ระบบประชุมทางไกล โดยผู้สอนและผู้เรียนสามารถสื่อสารถึงกันได้ทันที่ เพื่อสอบถามข้อสงสัยหรืออธิบายคำสอน เพิ่มเติม
        6.3 เครือข่ายการศึกษา เป็นการจัดทำเครือข่ายการศึกษาเพื่อให้ครูอาจารย์และนักศึกษามีโอกาสใช้เครือข่ายเพื่อแสวงหาความรู้ที่มีอยู่มากมายในโลก และใช้บริการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ทาง การศึกษา เช่น บริการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Mail : E-mail) การเผยแพร่และค้นหา ข้อมูลในระบบเวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web)


        6.4 การใช้งานในห้องสมุด มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในการดำเนินงานโดยมีเครือข่ายต่าง ๆ ที่ให้การส่งเสริมสนับสนุนในการให้บริการห้องสมุด การนำเทคโนโลยี
สารสนเทศมาใช้ในห้องสมุดให้ความสะดวกแก่ผู้ใช้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบริการยืม คืน การค้นหาหนังสือ วารสาร สิ่งพิมพ์ หรือการค้นหาข้อมูลที่ต้องการทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมาก
        6.5 การใช้งานในห้องปฏิบัติการ มีการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการทำงานในห้องปฏิบัติการร่วมกับอุปกรณ์เครื่องมืออื่น ๆ เช่น การจำลองแบบ การออกแบบวงจรไฟฟ้า การ ควบคุม การทดลอง
        6.6 การใช้ในงานประจำและงานบริหาร เช่น การจัดทำทะเบียนประวัติของนักเรียน นักศึกษา การเลือกวิชาเรียน การลงทะเบียนเรียน การแสดงผลการเรียน การแนะแนวอาชีพ การแนะแนวการศึกษาต่อ การเก็บข้อมูลผู้ปกครองหรือข้อมูลครู ซึ่งทำให้ครูอาจารย์สามารถติดตามและดูแล นักเรียนได้ใกล้ชิดมากขึ้น รวมทั้งครูอาจารย์สามารถพัฒนาตนเองได้สูงขึ้น
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.pks.ac.th/picupload/data/inforndata_doc2.pdf